เสาวรสเสาวรส (Passion fruit) เป็นผลไม้ไทยที่นิยมรับประทาน หรือคนทั่วไปนิยมเรียกกันว่า กะทกรกฝรั่ง เป็นไม้ผลไม้ที่มีลักษณะของต้นเป็นประเภทเถาเลื้อย ซึ่งจัดเป็นต้นไม้ตระกูล Passifloraceae ซึ่งมีลักษณะของลำต้นเป็นเถา มีมือเกาะออกมาตามซอกใบ และเมื่อผลเสาวรสสุกจะมีสีสันต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ และสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ คือ

1. เสาวรสพันธุ์ผลสีม่วง โดยเมื่อผลเสาวรสสุก สายพันธุ์นี้จะมีผลสีม่วงเข้ม ลักษณะเป็นมัน และน้ำจากเสาวรสสายพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่ดีกว่าสายพันธุ์ที่มีผลสีเหลือง และเสาวรสสายพันธุ์สีม่วงนี้จะมีกรดต่ำ สีสันสวยงามและมีรสชาติหวาน เหมาะกับการรับประทานผลสด แต่ข้อเสียของสายพันธุ์นี้คือ อ่อนแอต่อโรค

2. เสาวรสพันธุ์ผลสีเหลือง สายพันธุ์นี้จะมีสีเหลืองเหมือนกับขมิ้น มีลักษณะผิวเป็นมัน น้ำที่คั้นจากผลเสาวรสสีเหลืองนี้จะมีฤทธิ์เป็นกรดมาก และมีระดับค่า Ph ต่ำกว่า 3 จึงเหมาะกับการส่งเข้าโรงงานเพื่อทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากกว่าการนำมารับประทานแบบสด ๆ และข้อดีของสายพันธุ์นี้คือ เป็นเสาวรสที่ให้ผลดก และมีความต้านทานต่อการเกิดโรคและแมลงมากกว่าพันธุ์ผลสีม่วง

3. เสาวรสพันธุ์ลูกผสม สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างพันธุ์ผลสีม่วงกับพันธุ์ผลสีเหลือง ซึ่งเป็นการผสมพันธุ์เพื่อให้เกิดสายพันธุ์ใหม่แล้วทำการคัดเลือกต้น ที่ลักษณะของผลที่เด่นของแต่ละพันธุ์เอาไว้ ซึ่งทำให้มีลักษณะของพันธุ์เสาวรสที่มีผลใหญ่ ให้ผลดก มีรกห่อหุ้ม เมล็ดมาก เปลือกบาง พร้อมกันกับการต้านทานโรค และให้ช่วงเวลาของการให้ผลที่ยาวนานมากยิ่งขึ้นด้วย เสาวรสพันธุ์นี้จะให้ทั้งผลที่มีลักษณะเป็นสีม่วงและลักษณะของเสาวรสที่มีสีเหลือง ซึ่งพันธุ์ลูกผสมนี้เหมาะสมกับการปลูกเพื่ออุตสาหกรรมการแปรรูปน้ำเสาวรส เพราะจะสามารถเก็บผลเสาวรสผลิตเข้าป้อนโรงงานได้ตลอดทั้งปี

ลักษณะของเสาวรส

ส่วนเปลือก ผลและเนื้อส่วนนอกของเสาวรสนั้น จะมีลักษณะแข็ง และไม่สามารถรับประทานได้ และส่วนภายในผลมีเมล็ดเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำจำนวนมาก ซึ่งเมล็ดจะมีรกเป็นเยื่อเมือกสีเหลืองหรือสีส้ม มีลักษณะเหนียวข้นและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวห่อหุ้มอยู่โดยรอบ

ซึ่งการเจริญเติบโตของเสารสนั้น จะเติบได้เป็นอย่างดีในสภาพภูมิอากาศแบบของประเทศไทย ซึ่งเป็นเขตร้อนชื้น และสามารถปลูกได้ทุกภาคของประเทศ ทุกสภาพอากาศ การดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก ให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง จึงเป็นพืชที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี และมีความต้องการของตลาดในต่างประเทศสูงด้วย

ประโยชน์ของเสาวรส

  1. เนื้อในหรือรกที่หุ้มเมล็ดของผลเสาวรส สามารถนำไปรับประทานแบบสด ๆได้ทันที หรือจะเลือกนำไปใช้ทำแยมผลไม้ก็ได้
  2. เปลือกและเนื้อส่วนนอก สามารถนำไปหมักทำเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ยหมักได้
  3. น้ำเสาวรสคั้นสดสามารถนำไปใช้ในการผสมเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำคั้นในส่วนนี้นั้น จะมีลักษณะของกลิ่นที่หอม และมีกรดมาก จึงเป็นที่นิยมในการนำไปผสมกับน้ำแอปเปิ้ล น้ำส้ม น้ำสัปปะรด น้ำพีช ในอัตราการผสมน้ำเสาวรส ประมาณ 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติที่ดีให้กับเครื่องดื่ม และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เพราะทำให้รสชาติของเครื่องดื่มที่ดีขึ้นและมีกลิ่นที่หอม พร้อมทั้งให้คุณค่าทางอาหารที่สูงด้วย

แหล่งอ้างอิง : http://www.gpo.or.th/rdi/html/passionfruit.html, frynn.com/เสาวรส/